แหลมพรหมเทพ

     แหลมพรหมเทพถือว่าเป็นสถานที่โรแมนติกแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต หลายคู่มักชวนกันมานั่งชมพระอาทิตย์ตก ดื่มด่ำกับบรรยากาศใน ยามเย็นที่มองเห็นระลอกคลื่นแต่ไกล ทอดอารมณ์และปล่อยความรู้สึกไปกับทะเลที่ระยิบระยับอันกว้างไกล มีท้องฟ้าเป็นฉากขนาดใหญ่ อยู่เบื้องหน้า มองเห็นดวงอาทิตย์ลูกกลมสีแดงสดค่อยๆทอดตัวลงแตะขอบน้ำแล้วก็จมหายไป เหมือนเป็นการปิดฉากละครเวทีของธรรมชาติ ที่หลายร้อยชีวิตกำลังจ้องมองดูอย่างประทับใจ ก่อนที่เวทีขนาดยักษ์นี้จะค่อยๆมึดลงและผู้ชมต่างทะยอยลุกจากที่นั่ง  ปัจจุบันแหลมพรหมเทพ กลายเป็นแหล่งนัดพบของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ที่พอถึงช่วงเย็น ก็จะมารวมกันที่นี่โดยมิได้นัดหมาย ทั้งรถส่วนตัว รถทัวร์ รถตู้ จอดกันเต็มลาน จนกลายเป็นตลาดนัดที่ขายสาระพัดบนเขาสูงของเกาะภูเก็ต แต่พอหลังพระอาทิตย์ตกผ่าน พ้นไปแล้ว รถทุกชนิดก็มุ่งหน้าลงเขาไปพร้อมๆกัน จากนั้นทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ แหลมพรหมเทพจึงมีสภาพที่คึกคักในช่วงเวลา เพียงแต่ 2-3 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตก

     เดือนธันวาคมของทุกปี ที่แหลมพรเทพจะแน่นขนัดไปด้วยนัก ท่องเที่ยวทั้งชาวเอเชียและชาวตะวันตกนานาประเทศ เพราะช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาสุดแสนโรแมนติกสำหรับนักท่องเที่ยวและคู่ รัก เป็นช่วงที่แหลมพรหมเทพมีสีสันที่สุด บริเวณแหลมที่ยื่นออกสู่ทะเลจะมีความโดดเด่นราวกับถูกทาทับด้วยสีใหม่เพราะ สีของหญ้าจะกลายเป็นสีทอง ช่วงเวลาประมาณหกโมงเย็นของทุกวันในปลายปีแบบนี้ นักท่องเที่ยวทุกคนต่างเฝ้ารอการปรากฎของพระอาทิตย์สีแดงเข้มขนาดใหญ่ที่ถือ ว่าเป็นพระเอกของงาน รอเวลาที่มันค่อยๆ ลับขอบฟ้าผ่านทิวต้นตาลและหญ้าสีทองโดยมีท้องฟ้าสีครามขนาดใหญ่เป็นฉากหลัง นับเป็นช่วงเวลาแห่งมนต์สะกดก็ว่าได้ เพราะสายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ก่อนที่มันจะค่อยๆทอดตัวแตะขอบน้ำก่อนที่พระอาทิตย์ดวงโตจะเลือนหายไป

     แหลมพรหมเทพสร้างความสุขและความประทับใจให้ผู้คนที่มา เยือนเกาะภูเก็ตเป็นเวลานานหลายปีมาแล้ว ไม่เพียงแค่วันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆฝน แต่หากวันใดท้องฟ้าอึมครึมเมฆฝนบดบัง แหลมพรหมเทพก็ยังคงสวยงามและสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเหมือน เช่นเคยหากต่างกันเพียงอารมณ์เท่านั้นเอง ทำให้การมาชมพระอาทิตย์อัสดงของที่นี่ไม่ซ้ำและจำเจ สิ่งนี้เองนับว่าเป็นมนต์เสน่ห์ของอาทิตย์อัสดง ณ แหลมพรหมเทพ ที่ยากจะหาที่ใดๆมาเทียบเทียม